Guide

Guide

RF Story

ระบบสุริยะ --- โลกแห่งความหวังและความตาย

มนุษย์ได้อุทิศตนเองในการสำรวจครั้งแรกของทางช้างเผือก

เพื่อที่จะค้นหาความลับของระบบสุริยะจึงต้องแลกกับการละทิ้งโครงการวิจัยแอนตาร์กติกที่ดำเนินการมานานหลายศตวรรษและเปลี่ยนเป็นพื้นที่ฝึกอบรมสำหรับนักสำรวจจักรวาล

เมื่อการสำรวจครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จ แอนตาร์กติกาจึงไม่ได้เป็นศูนย์กลางของความสนใจอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสถานที่สำหรับนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ที่เกษียณอายุ

ในทางตรงกันข้ามผู้คนมากมายกลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอันไม่มีที่สิ้นสุดในจักรวาลที่ว่างเปล่าและห่างไกลความปรารถนาเช่นนี้

ขณะนั้นเอง วิวัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก  แต่ Sopot กลับศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับไวรัสบางอย่างที่ไม่เป็นที่รู้จักบนโลก

Sopot เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Akhen Society, Aken มีความหมายว่า "ลึกลับ"

สถาบันซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และกลุ่มมือสมัครเล่นที่หลงไหลเกี่ยวกับความลี้ลับของเรื่องราวทางโบราณคดีและยังได้รับการวิจารณ์จากนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกว่าเป็น

"กลุ่มคนที่ไม่มีได้สร้างสาระให้แก่สังคม" และเพราะมันไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มนักวิชาการ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกละทิ้งและไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไป

 

‘ไวรัสลึกลับ’ ถูกพบขึ้นที่ความลึกกว่าหนึ่งร้อยเมตรใต้ผืนน้ำแข็งในแอนตาร์กติก

การค้นพบครั้งนี้ได้ปลุกสันชาตญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัวของ Sopot ให้เริ่มต้นค้นคว้าอย่างจริงจังเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้ Sopot

ได้ทำการทดลองและพบว่าไวรัสชนิดนี้มีชีวิตได้จากการไฮเบอร์เนตหรือการจำศีล

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกมันมีอายุมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี

 

Sopot ได้ทำการละลายน้ำแข็งอย่างระมัดระวังพร้อมกับความตื่นเต้นในการค้นพบครั้งใหม่ให้กับโลกใบนี้โดยไม่รู้เลยว่าหายนะอันร้ายแรงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...

 

ไวรัสดังกล่าวเข้าสู่ระบบโสตประสาทของนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองอย่างรวดเร็ว

และไม่กี่ชั่วโมงต่อมานักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดตกอยู่ในภาวะหัวใจทำงานผิดปรกติ  ศูนย์วิจัยตกอยู่ในวิกฤต

คนที่ติดเชื้อไวรัสไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ดวงตาแดงก่ำ และมีการแสดงอาการที่ผิดแปลกไปจากมนุษย์

เกิดการไล่ล่ากันเองเพื่อความอยู่รอด และในที่สุด..ศูนย์วิจัยก็ถูกฉาบไปด้วยกองเลือดและร่างไร้วิญญาณจำนวนมาก

 

ข่าวการระบาดของไวรัสได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

เพื่อการนั้นต้องมีใครทำอะไรซักอย่างเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสและปกป้องเหล่ามนุษยชาติทุกเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในระบบสุริยะ

เมื่ออยู่ในสถาณการ์ที่ต้องเลือกการใช้อาวุธทำลายล้างที่มีพลังกัมมันตภาพรังสีดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่ก็ก่อให้เกิดพลังงานส่วนเกินจนทำลายแม้กระทั่งระบบสุริยะทั้งหมดรวมทั้งโลกไปด้วย ในระยะเวลาไม่ถึง 7 วัน ในปี ค.ศ. 4200

ระบบสุริยะก็ได้กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น

 

เมื่อการเดินทางของเรือขนส่งมาถึงพื้นที่ศูนย์วิจัย เงาจำนวนมากรออยู่ หากแต่ได้มาแสดงการต้อนรับไม่ พวกมันมาเพื่อรออาหารอันโอชะ

และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเชื้อไวรัสเหล่านั้นได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว 

ไวรัสที่ถูกนำมาโดยมนุษย์มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปสู่หายนะอันเลวร้าย

 

การล่มสลายและการเกิดขึ้นใหม่

การอพยพของมนุษยชาติไปยังกาแลคซี่อื่นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเรือกู้ภัยขนาดใหญ่มาถึงและเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพครั้งใหญ่

เหลือเพียงแค่เศษฝุ่นที่ปกคลุมทุกอย่างเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่มีแม้แต่สีฟ้าของท้องฟ้า สีเขียวของต้นไม้ถูกแทนที่ด้วยสีเทาจากเศษฝุ่น

เพียงไม่นานทีมกู้ภัยก็สามารถประเมินสถานการณ์การรอดชีวิตมีค่าเท่ากับศูนย์

 

หลังจากการล่มสลายของระบบสุริยะ ศูนย์กลางของการพัฒนามนุษยชาติ B-13 ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ณ ดาวดวงที่สี่ หน่วยงาน B-13

ได้เรียกโรคที่เกิดจากการระบาดของไวรัสลึกลับนี้ว่า "Maniacal Syndrome”

และสั่งห้ามให้มนุษย์ทุกคนหยุดการสืบค้นข้อมูลหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเชื้อโรคชนิดนี้โดยเด็ดขาด ระยะเวลาผ่านไป

เรื่องราวเกี่ยวกับการล่มสลายของระบบสุริยะได้เลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา เหลือเพียงแต่เริ่มต้นชีวิตใหม่ในทางช้างเผือก

 

ความซับซ้อนของมนุษยชาติ

Dr.Shih Hyun ประธานสมาคมโบราณคดี นักวิจัยมานุษยวิทยา และนักวิชาการชั้นสูงด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์มนุษย์แห่ง

Labrum ถูกตัดสินโดยนักวิชาการท่านอื่น ๆว่ามีปัญหาทางพฤติกรรมหรือผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตและสติฟั่นเฟือน

 

สมาคมโบราณคดีด้านอารยธรรมประวัติศาสตร์มนุษย์และสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ได้ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นสูงในการหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนของอารยธรรมต่างๆและการกำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เช่น

อาณาจักรโบราณแอตแลนติสที่สาบสูญ(Atlantis) โมไอที่อุทยานแห่งชาติราปานูอีบนเกาะอีสเตอร์(Moai)

สโตนเฮนจ์อนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ในบริเวณเกาะตอนใต้ของประเทศอังกฤษ(Stonehenge)

หรืออาณาจักรมูหรือรีมูเรียทวีปที่หายสาปสูญในมหาสมุทรและเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดในโลก(Ancient Mu or Lemuria)

แต่คำอธิบายและข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้กับ Dr.Shih Hyun

และไม่สามารถแสดงความชัดเจนได้ว่าสิ่งเหล่านี้มาจากพลังเหนือธรรมชาติหรือเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์

 

Dr.Shih Hyun ผู้ศึกษาประวัติความเป็นมาของมนุษย์ในเชิงลึกได้เปลี่ยนประเด็นไปที่เชื้อไวรัสซึ่งเป็นต้นเหตุให้การทำลายล้างของดาวเคราะห์

โชคดีที่ดร.ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูล Sopot ของไวรัสก่อนที่จะเสียสติและทีมกู้ภัยได้บันทึกข้อมูลการวิจัยไว้จากข้อมูลเหล่านี้ ดร.ได้สร้างสมมติฐานว่า –

การทำลายอารยธรรมจำนวนมากอันเนื่องจากการบุกรุกของไวรัสลึกลับเหล่านี้และการที่มนุษย์ไร้ซึ้งเหตุผลจนเป็นเหตุแห่งความหายนะ

นับเป็นเวลาหลายพันปีไวรัสดังกล่าวยังคงถูกปกป้องรักษาไว้ใต้พื้นแผ่นดิน ถึงแม้ว่าเชื้อโรคดังกล่าวจะก่อให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ

แต่พวกมันก็ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีภายในยีนของมนุษย์และรอเวลาที่จะนำมาสู่การทำลายล้างอีกครั้ง

 

ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยมีกฎข้อไหนที่ระบุว่ามนุษย์มีอำนาจเหนือกว่าทุกอย่าง จะมีก็แต่ความแข็งแกร่งของผู้รอดเท่านั้นที่จะสามารถกำหนดทุกสิ่ง

เฉกเช่นเดียวกับเจ้าป่าที่จะสงบนิ่งเมื่อไม่ภัยมาถึง แต่ต่างจากมนุษย์ที่โหดร้ายกว่าสัตว์ใดทั้งหมด เพราะมนุษย์จะโจมตีทุกอย่างเพียงแค่คิดว่าสิ่งนั้นอาจเป็นภัยในอนาคต

และนี้คือความจริงที่ว่ามนุษย์ไม่สัตว์ที่ไร้เดียงสา แต่คือนักฆ่าที่ไร้เหตุผล